กลยุทธ์เทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้และเทรดให้เป็นก่อนจะเป็นกำไร”


เทรด Forex

Categories:

ทุกวันนี้ การมีหลักการเละความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของ “การเทรด การลงทุน” จะทำให้มีพื้นฐานสำหรับการเทรด ทำให้เราจัดการสินทรัพย์สำหรับการเทรดได้ดียิ่งขึ้นครับ ซึ่งในบทความนี้อยากจะพาทุกๆ ท่านไปพบกับ “กลยุทธ์เทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้” และ “เทรด Forex อย่างไรให้สร้างกำไร” ครับ เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

กลยุทธ์เทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นในตลาด Forex การทำความเข้าใจและนำกลยุทธ์การเทรดที่ไม่ซับซ้อนมากนักไปใช้ จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นคงและลดความเสี่ยงได้ นี่คือ 3 กลยุทธ์เทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้

  1. กลยุทธ์การเทรดตามแนวโน้ม (Trend Following): เป็นกลยุทธ์พื้นฐานและได้รับความนิยม เนื่องจากแนวโน้มมีโอกาสที่จะดำเนินต่อไปในระยะหนึ่ง การระบุและเทรดตามแนวโน้มหลักของราคาจึงเป็นวิธีที่สมเหตุสมผล
    • วิธีการระบุแนวโน้ม:
      • มองด้วยตาเปล่า: สังเกตการเคลื่อนที่ของราคาสูงสุดและต่ำสุด หากราคาสูงสุดและต่ำสุดยกตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) ในทางกลับกัน หากราคาสูงสุดและต่ำสุดลดต่ำลงเรื่อยๆ แสดงว่าเป็นแนวโน้มขาลง (Downtrend)
      • ใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average – MA): กำหนดเส้น MA ระยะยาว (เช่น 50 หรือ 200 วัน) หากราคาอยู่เหนือเส้น MA มักบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้น และหากราคาอยู่ใต้เส้น MA มักบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง การเรียงตัวของเส้น MA ระยะสั้นและยาวก็สามารถช่วยยืนยันแนวโน้มได้
    • วิธีการเทรด:
      • แนวโน้มขาขึ้น: รอให้ราคาย่อตัวลงมาใกล้แนวรับ (Support Level) หรือเส้น MA แล้วจึงเปิดสถานะซื้อ (Buy) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ราคาสูงสุดก่อนหน้า หรือสูงกว่า และตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับหรือเส้น MA ที่ราคาย่อตัวลงมา
      • แนวโน้มขาลง: รอให้ราคารีบาวด์ขึ้นไปใกล้แนวต้าน (Resistance Level) หรือเส้น MA แล้วจึงเปิดสถานะขาย (Sell) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่ราคาต่ำสุดก่อนหน้า หรือต่ำกว่า และตั้ง Stop Loss สูงกว่าแนวต้านหรือเส้น MA ที่ราคารีบาวด์ขึ้นไป

ข้อดี: เข้าใจง่าย ทำตามได้ไม่ยาก มีโอกาสทำกำไรเมื่อแนวโน้มชัดเจน ข้อควรระวัง: ตลาดอาจมีการพักตัวหรือกลับตัว ทำให้เกิดสัญญาณหลอก (False Signal) มือใหม่ควรใช้เครื่องมือยืนยันแนวโน้มอื่นๆ ประกอบด้วย

  1. กลยุทธ์การเทรดแบบ Breakout: กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การเข้าเทรดเมื่อราคา Breakout หรือทะลุผ่านแนวรับ/แนวต้านที่สำคัญ หรือกรอบราคา (Consolidation Range) โดยเชื่อว่าเมื่อราคา Breakout จะมีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
    • วิธีการระบุ Breakout: สังเกตแนวรับและแนวต้านที่ราคาเคยมาทดสอบหลายครั้งแต่ไม่สามารถผ่านไปได้ เมื่อราคาสามารถทะลุผ่านแนวเหล่านี้ไปได้ด้วยแรง (มี Volume สนับสนุน) ถือเป็นสัญญาณ Breakout
    • วิธีการเทรด:
      • Breakout เหนือแนวต้าน: เมื่อราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป ให้รอการยืนยัน (Confirmation) เช่น มีแท่งเทียนปิดเหนือแนวต้านอย่างชัดเจน แล้วจึงเปิดสถานะซื้อ (Buy) ตั้ง Stop Loss ใต้แนวต้านที่เพิ่งถูก Breakout และตั้งเป้าหมายทำกำไรตามระดับแนวต้านถัดไป หรือใช้สัดส่วน Risk/Reward ที่เหมาะสม
      • Breakout ใต้แนวรับ: เมื่อราคาทะลุแนวรับลงไป ให้รอการยืนยัน (Confirmation) เช่น มีแท่งเทียนปิดใต้แนวรับอย่างชัดเจน แล้วจึงเปิดสถานะขาย (Sell) ตั้ง Stop Loss เหนือแนวรับที่เพิ่งถูก Breakout และตั้งเป้าหมายทำกำไรตามระดับแนวรับถัดไป หรือใช้สัดส่วน Risk/Reward ที่เหมาะสม

ข้อดี: มีโอกาสทำกำไรได้รวดเร็วเมื่อเกิด Breakout จริง ข้อควรระวัง: อาจเกิด False Breakout หรือการทะลุหลอกที่ราคาไม่สามารถยืนเหนือหรือใต้แนวที่ Breakout ได้นาน แล้วกลับเข้ามาในกรอบเดิม มือใหม่ควรรอการยืนยันสัญญาณ Breakout ก่อนเข้าเทรด

  1. กลยุทธ์การเทรดแบบ Range Trading (การเทรดในกรอบราคา): กลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับสภาวะตลาดที่ราคาเคลื่อนที่อยู่ในกรอบแคบๆ ระหว่างแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน โดยมีสมมติฐานว่าราคาจะเคลื่อนที่กลับไปกลับมาระหว่างสองแนวนี้
    • วิธีการระบุ Range: สังเกตเมื่อราคาเคลื่อนที่ขึ้นลงระหว่างระดับแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน โดยไม่สามารถทะลุออกไปได้
    • วิธีการเทรด:
      • ซื้อที่แนวรับ: เมื่อราคาลงมาทดสอบแนวรับและมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการกลับตัวขึ้น (เช่น แท่งเทียน Pin Bar, Bullish Engulfing) ให้เปิดสถานะซื้อ (Buy) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่แนวต้าน และตั้ง Stop Loss ต่ำกว่าแนวรับเล็กน้อย
      • ขายที่แนวต้าน: เมื่อราคาขึ้นไปทดสอบแนวต้านและมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการกลับตัวลง (เช่น แท่งเทียน Shooting Star, Bearish Engulfing) ให้เปิดสถานะขาย (Sell) โดยมีเป้าหมายทำกำไรที่แนวรับ และตั้ง Stop Loss สูงกว่าแนวต้านเล็กน้อย

ข้อดี: สามารถทำกำไรได้ในสภาวะตลาด Sideways ที่ไม่มีแนวโน้มชัดเจน ข้อควรระวัง: เมื่อเกิด Breakout ออกจากกรอบราคา อาจทำให้เกิดการขาดทุนได้ มือใหม่ควรระบุแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่ง และใช้สัญญาณการกลับตัวเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการเข้าเทรด

เทรด Forex ได้กำไรอย่างไร?

การซื้อ (Buy/Long)

  • คุณจะเปิดสถานะซื้อเมื่อคาดการณ์ว่าราคาสกุลเงินหลัก (Base Currency) จะแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง (Quote Currency)
  • ตัวอย่าง: คุณเทรดคู่ EUR/USD (ยูโรเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ) ที่ราคา 1.0800 (หมายความว่า 1 ยูโรมีค่าเท่ากับ 1.0800 ดอลลาร์สหรัฐ) และคาดการณ์ว่าค่าเงินยูโรจะแข็งค่าขึ้น
  • หากราคา EUR/USD ปรับตัวสูงขึ้นไปที่ 1.0850 และคุณปิดสถานะซื้อ คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างราคา 0.0050 ต่อ Pip (หน่วยย่อยที่สุดของการเปลี่ยนแปลงราคา) คูณด้วยขนาด Lot ที่คุณเทรด

การขาย (Sell/Short)

  • คุณจะเปิดสถานะขายเมื่อคาดการณ์ว่าราคาสกุลเงินหลักจะอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง
  • ตัวอย่าง: คุณเทรดคู่ GBP/JPY (ปอนด์สเตอร์ลิงเทียบกับเยนญี่ปุ่น) ที่ราคา 150.00 และคาดการณ์ว่าค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงจะอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเยน
  • หากราคา GBP/JPY ปรับตัวลดลงมาที่ 149.50 และคุณปิดสถานะขาย คุณจะได้กำไรจากส่วนต่างราคา 0.50 ต่อ Pip คูณด้วยขนาด Lot ที่คุณเทรด

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “กลยุทธ์เทรด Forex ที่มือใหม่ควรรู้และเทรดให้เป็นก่อนจะเป็นกำไร” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านในบทความข้างต้น คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กันนะครับ